::โรงพยาบาลรักษามะเร็งเฉพาะทางฟูด้ากว่างโจว::

youtube

 

 

Untitled-1

 

banner contactDoc

 

banner download1

 

banner download2

 

ad1 1

 

 

ad9

 

 

ad-4

 

ad8 1

 

ad1 2

สถิติผู้เข้าชม

1050786
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1566
2060
7198
1026176
51034
58110
1050786

Your IP: 54.227.20.250
Server Time: 2014-11-26 15:37:30
แผนการรักษามะเร็งตับที่ดีที่สุด...
03 ก.ย. 2557 21:22 - Adminแผนการรักษามะเร็งตับที่ดีที่สุด

แผนการรักษามะเร็งตับที่ดีที่สุด

อ่านต่อ
การใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ใหม่ในการรักษามะเร็งเพื่อ...
22 ก.ค. 2557 21:42 - Adminการใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ใหม่ในการรักษามะเร็งเพื่อประสิทธิผลการรักษาที่ดีกว่า

การสลายมะเร็งด้วยความเย็นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม(CIC)...
12 ก.ค. 2557 08:53 - Adminการรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม(CIC)

การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวมng>   การรักษามะเร [ ... ]

อ่านต่อ
รูปแบบการรักษามะเร็งแบบ “CCC”...
23 มิ.ย. 2557 21:42 - Adminรูปแบบการรักษามะเร็งแบบ “CCC”

  รูปแบบการรักษามะเร็งแบบ “ong>           โรคมะเ [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์ม...
11 มิ.ย. 2557 21:41 - Adminการรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง (CMI)

การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง(Cancer Microvascular Interventio [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษาโดยให้เคมีบำบัดผ่านเส้นเลือด...
01 มิ.ย. 2557 21:36 - Adminการรักษาโดยให้เคมีบำบัดผ่านเส้นเลือด

                มะเร็งอาศัยหลอดเลือดในการส่งออกซิเจนและสารอาหา [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation ชื่อย่...
01 มิ.ย. 2557 21:26 - Adminการรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation ชื่อย่อ CSA)

การรักษาด้วยความเย็นblationชื่อย่อ strong>             วิธีนี้ [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษามะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus...
21 พ.ค. 2557 21:52 - Adminการรักษามะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus

  การรักษามะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด[ ... ]

อ่านต่อ
การรักษาแบบ Photodynamic Therapy (PDT)...
21 พ.ค. 2557 21:44 - Adminการรักษาแบบ Photodynamic Therapy (PDT)

          การรักษานี้เป็นการตอบสนองทางเคมีโดยใช้แสงเลเซอร์กระตุ [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษาโดยการสลายเนื้องอกโดยใช้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์...
21 พ.ค. 2557 21:35 - Adminการรักษาโดยการสลายเนื้องอกโดยใช้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์

หลักการและเหตุผล           เมื่อแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เข้าสู่ช [ ... ]

อ่านต่อ
Other Articles

topic 7

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาล

topic 1

ผ่าตัดมะเร็งช่องท้องหนัก 15 กิโลกรัม เด็กหญิง 11 ปี ได้รับชีวิตใหม่ ...
12 พ.ย. 2557 19:40 - Adminผ่าตัดมะเร็งช่องท้องหนัก 15 กิโลกรัม เด็กหญิง 11 ปี ได้รับชีวิตใหม่

                        4 ปีก่อน สาวน้อยวัย 11 ปี หานปิงปิงชาวเฮยหลงเจียงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่อันเนื่องมาจากการเจริญผิ [ ... ]

อ่านต่อ
การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยรักษาทวารหนักไว้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้มาก...
09 พ.ย. 2557 21:27 - Adminการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยรักษาทวารหนักไว้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้มาก

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย ปัจจุบันนับเป็นอันดับที่ 4 ของอัตราการเกิดโรคมะเร็ง ในมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นจะพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ตอนล่า [ ... ]

อ่านต่อ
การรักษามะเร็งตับอ่อนสู่กลยุทธ์การรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม...
09 พ.ย. 2557 21:18 - Adminการรักษามะเร็งตับอ่อนสู่กลยุทธ์การรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม

ศ.นพ.สวี เค่อเฉิง โรงพยาบาลรักษาโรคมะเร็งเฉพาะทางฟูด้า มหาวิทยาลัยจี้หนาน

อ่านต่อ
มะเร็งก้อนโตที่อกของเด็กหญิงวัย 6ขวบถูกผ่าตัดออกไปโดย “มีดมือหนึ่งแห่งเอเชีย” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามแบบอย่างเหลยเฟิง นายแพทย์สวี เค่อเฉิง ระดมทุนสองแ...
03 พ.ย. 2557 20:24 - Adminมะเร็งก้อนโตที่อกของเด็กหญิงวัย 6ขวบถูกผ่าตัดออกไปโดย “มีดมือหนึ่งแห่งเอเชีย” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามแบบอย่างเหลยเฟิง นายแพทย์สวี เค่อเฉิง ระดมทุนสองแสนหยวน/หนึ่งล้านบาท

มะเร็งก้อนโตที่อกของเด็กหญิงวัย งเอเชีย”วยการโรงพยาบาลตามแบบอย่างเหลยเฟิง นายแพทย์สวี เค่อเฉิ [ ... ]

อ่านต่อ
การจัดประชุมสัมมนาการรักษาโรคมะเร็งนานาชาติ (กว่างโจว) ครั้งที่ 3 ประสบความสำเร็จ ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติร่วมมือรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีใหม่...
10 ก.ย. 2557 19:33 - Adminการจัดประชุมสัมมนาการรักษาโรคมะเร็งนานาชาติ (กว่างโจว) ครั้งที่ 3 ประสบความสำเร็จ ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติร่วมมือรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีใหม่

             การประชุมสัมมนาการรักษาโรคมะเร็งนานาชาติ (กว่างโจว) ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2014 ณ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโ [ ... ]

อ่านต่อ
เด็กสาวน้อยผ่าตัดได้เข้าผ่าตัดเนื้องอกในท้องสำเร็จไปด้วยดี เนื้องอกหนัก 15 กิโลกรัมเท่ากับลูกฟุตบอล 2 ลูก...
25 ก.ค. 2557 23:35 - Adminเด็กสาวน้อยผ่าตัดได้เข้าผ่าตัดเนื้องอกในท้องสำเร็จไปด้วยดี เนื้องอกหนัก 15 กิโลกรัมเท่ากับลูกฟุตบอล 2 ลูก

เด็กสาวน้อยผ่าตัดได้เข้าผ่าตัดเนื้องอกในท้องสำเร็จไปด้วยดี เนื้องอกหนัก15กิโลกรัมเท่ากับลูกฟุตบอล2ลูก

อ่านต่อ
พ่อพระแห่งวงการมะเร็ง
17 ก.ค. 2557 21:43 - Adminพ่อพระแห่งวงการมะเร็ง

4946字 อพระแห่งวงการมะเร็งนาเด็กน้อยชาวซาอุดีอาระเบีย   ศ.นพ.สวี เค่อเฉิง  ชาวจีนคนแรกที่ได้รับการรักษามะเร็งด้ [ ... ]

อ่านต่อ
โรงพยาบาลฟูด้ารักษามะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ ได้แชมป์บอลโลกล่วงหน้า...
12 ก.ค. 2557 09:00 - Adminโรงพยาบาลฟูด้ารักษามะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ  ได้แชมป์บอลโลกล่วงหน้า

โรงพยาบาลฟูด้ารักษามะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ  ได้แชมป์บอลโลกล่วงหน้า           เบื้องต้น การแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล แต่ท [ ... ]

อ่านต่อ
ศ.นพ.สวี เค่อเฉิง ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งที่มีชื่อเสียงของจีน : ต้านมะเร็งต้องการแนวคิดใหม่...
12 ก.ค. 2557 08:47 - Adminศ.นพ.สวี เค่อเฉิง ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งที่มีชื่อเสียงของจีน : ต้านมะเร็งต้องการแนวคิดใหม่

ศ.นพ.สวี เค่อเฉิง ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งที่มีชื่อเสียงของจีนมะเร็ [ ... ]

อ่านต่อ
ข่าวสารอื่นๆ

topic 3

topic 5

This page require Adobe Flash 9.0 (or higher) plug in.

topic 4

indexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindexindex

แผนการรักษามะเร็งตับที่ดีที่สุด

แผนการรักษามะเร็งตับที่ดีที่สุด

มะเร็งเซลล์ตับ หรือเฮปาโตเซลลูลาร์ คาร์ชิโนมา (hepatocellular carcinoma - HCC) เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในประเทศแถบตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่าการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเป็นการรักษาที่ได้ผลที่สุด แต่การผ่าตัดก็มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก กล่าวคือ การวินิจฉัยของโรคทำได้ช้าทำให้เปอร์เซ็นต์ตับแข็งสูง เป็นเหตุให้ประมาณ 80% ของผู้ป่วยไม่สามารถรับการผ่าตัดได้ ประเด็นต่อมา แม้ว่าผู้ป่วยจะสามารถรับการผ่าตัดได้แต่การผ่าตัดตับทิ้งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องแบกรับความเจ็บปวดรวมถึงความเสี่ยง ในขณะเดียวกันยังเป็นการทำให้ระบบการของตับได้รับความเสียหาย ที่สำคัญ ผู้ป่วยหลายรายหลังรับการผ่าตัดเพียงไม่กี่เดือนมักพบเซลล์มะเร็งในตับส่วนที่เหลือ ซึ่งทำให้การรักษาอื่นๆ ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น

 

การรักษาด้วยการให้เคมีบำบัดผ่านหลอดเลือดเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับแพร่หลายในระดับสากล โดยวิธีการดังกล่าวจะใช้การอุดหลอดเลือดเพื่อตัดตอนการลำเลียงอาหารและเลือดสู่ก้อนเนื้อ ทำให้ก้อนเนื้อชะลอการเติบโตช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้ แต่หากก้อนเนื้อมีหลอดเลือดหล่อเลี้ยงหลายเส้นทาง หรือกระจายหลายก้อน การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวก็ไม่อาจเกิดผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ป่วยมีอาการท้องบวมน้ำ ดีซ่านหรือมีแนวโน้มเลือดออก การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวถือเป็นเรื่องต้องห้าม ดังนั้นการใช้วิธีดังกล่าวในการรักษามะเร็งตับจึงยังไม่เพียงพอที่จะควบคุมเนื้องอกไว้ได้

 

 

ปัจจุบัน พัฒนาการของเคมีบำบัดยังไม่พัฒนาโดดเด่นชัดเจน การนำยาเคมีบำบัดทั่วไปมาใช้รักษามะเร็งตับจึงเห็นผลการรักษาน้อยมาก ประกอบกับการทำงานของตับผู้ป่วยอ่อนแอการรับขนาดยาเคมีบำบัดจึงต้องให้อย่างจำกัด ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งตับรับเคมีบำบัดเต็มอัตรา และแน่นอนว่าการรักษาด้วยวิธีการฉายแสงย่อมสร้างความเสียหายให้กับตับในวงกว้าง ผู้ป่วยมะเร็งตับส่วนใหญ่จึงไม่เหมาะที่จะรับการฉายแสง การรักษาโดยให้ยาระดับโมเลกุลมักถูกนำมาใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งตับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากผลงานวิจัยพบว่า ยาดังกล่าวสามารถยืดอายุผู้ป่วยได้ประมาณ 3เดือน เป็นยาที่ FDA สหรัฐอเมริกาอนุญาตให้นำมารักษาผู้ป่วยมะเร็งตับ เนื่องจากยาดังกล่าวต้องกินระยะยาว ยามีราคาสูงและมีผลข้างเคียงทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกินจนครบ ดังนั้น จึงไม่อาจรักษาด้วยวิธีดังกล่าวเพียงวิธีเดียว จึงไม่แนะนำให้ผู้ป่วยพึ่งพาการรักษาชนิดนี้เพียงอย่างเดียว

 

การรักษามะเร็งตับด้วยวิธีการสลายเนื้องอกชนิดลุกล้ำพื้นที่น้อยเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีวิธีการหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากงานวิจัยทางคลินิกพบว่า มะเร็งตับขนาดเล็กที่สามารถตัดทิ้งได้หากรับการรักษาด้วยการสลายเนื้องอกชนิดรุกล้ำพื้นที่น้อยมีประสิทธิผลและยืดอายุผู้ป่วยได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดธรรมดา ที่สำคัญวิธีดังกล่าวยังไม่ต้องเปิดบาดแผลลดความเสี่ยง ความเจ็บปวดและลดผลกระทบต่อภูมิต้านทานของร่างกาย จึงทำให้วิธีการรักษาดังกล่าวเป็นที่ยอมรับและนิยมชมชอบมากขึ้นเรื่อยๆ การสลายเนื้องอกชนิดรุกล้ำพื้นที่น้อยประกอบด้วย การสลายด้วยความเย็น การสลายด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การสลายด้วยคลื่นไมโครเวฟและการสลายด้วยแอลกอฮอล์เป็นต้น แม้ว่าการสลายด้วยคลื่นความถี่วิทยุจะพัฒนามาก่อนและได้รับการยอมรับจากผู้ป่วยค่อนข้างมาก แต่การสลายด้วยความเย็นกลับมีข้อได้เปรียบทางด้านควบคุมพื้นที่ กำหนดขนาดและจำนวนของเนื้องอก ลดความเสียหายของหลอดเลือด การรักษาแบบเรียลไทม์ ลดอาการเจ็บปวดได้อย่างชัดเจน จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ถูกนำมารักษาสูงสุดในปัจจุบัน

 

 

เมื่อผสมผสานสิ่งที่กล่าวมาเกี่ยวกับการรักษามะเร็งเซลล์ตับข้างต้น เราพอจะสรุปได้ว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดตับทิ้ง ควรการรักษาด้วยการสลายความเย็นชนิดรุกล้ำพื้นที่น้อยเสียก่อนจากนั้นค่อยให้ยาในระดับโมเลกุลจึงนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยในปัจจุบัน

 

          โรงพยาบาลโรคมะเร็งฟูด้า ประเทศจีนเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นระดับโลก ปัจจุบันได้ทำการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับด้วยวิธีการดังกล่าวกว่า 3000รายแล้ว อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 93.6% ในเดือนพฤษภาคม 2555 ศ.นพ.สวี เค่อเฉิง ผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาลได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการรักษาเนื้องอกความเย็นระดับเอเชีย คนที่หนึ่ง นพ.ดร.หนิว ลี่จื้อ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้รับการคัดเลือกให้เป็นรองประธาน วันที่ 13ธันวาคม 2556 ในการประชุมใหญ่การรักษาด้วยความเย็นระดับสากลครั้งที่ 17 ศ.นพ.สวี เค่อเฉิง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานสมาคมการรักษาด้วยความเย็นระดับสากล ครั้งที่ 18 ส่วน นพ.ดร.หนิว ลี่จื้อได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการบริหารในชุดนี้ด้วย ในปี 2552 ทั้งสองท่านได้ตีพิมพ์ตำราเฉพาะทางด้านเทคนิคการรักษาด้วยความเย็น เรื่อง “การรักษาด้วยความเย็นศึกษา” ในปี 2555 ได้ตีพิมพ์เป็นฉบับภาษาอังกฤษในชื่อเรื่อง “Modern Cryosurgery for Cancer”กับสำนักพิมพ์ World Science ได้รับการยอมรับจากคนในวงการดังกล่าวอย่างแพร่หลาย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยมะเร็งตับชาวไทยที่ให้การยอมรับและมารักษาด้วยวิธีการดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ผลการรักษาเป็นที่น่าพึงพอใจ ทางโรงพยาบาลได้ก่อตั้งศูนย์บริการให้คำปรึกษา กรุงเทพฯ หากผู้ป่วยท่านใดสนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fudacancerthailand.com หรือติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ศูนย์ฯ ที่เบอร์ 02-542-3638,094-2211-169,081-580-3998

fuda3-9-57-1 

fuda3-9-57-2

1.นพ.ดร.หนิว ลี่จื้อกำลังทำการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับด้วยวิธีการสลายความเย็น

 fuda3-9-57-3

2.เครื่องสลายเนื้องอกด้วยความเย็นจากสหรัฐอเมริกาและเครื่อง CTสแกนตับ

 fuda3-9-57-4

3.ตำราการรักษาเนื้องอกด้วยความเย็น Modern Cryosurgry For Cancer เล่มแรกของโลกซึ่งแต่งโดยศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง นพ.หนิว ลี่จื้อและศาสตราจารย์ Korpan ชาวออสเตรีย

 fuda3-9-57-5

 

 

การใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ใหม่ในการรักษามะเร็งเพื่อประสิทธิผลการรักษาที่ดีกว่า

การสลายมะเร็งด้วยความเย็นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

 

วิธีการรักษามะเร็งในปัจจุบันได้แก่การผ่าตัด เคมีบำบัดและฉายแสง แต่การรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวไม่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายและผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นซ้ำ เนื่องจากมะเร็งได้กระจายไปตามจุดต่างๆ ของร่างกาย หรือร่างกายอ่อนแอจนไม่อาจทนต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้อีก เป็นต้น แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับยอมเสียเงินเสียทองมากมายเพื่อกลับไปรักษาด้วยวิธีการเดิมๆ และยังต้องทนรับผลข้างเคียงของเคมีบำบัดที่รุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก สาเหตุสำคัญมาจากผู้ป่วยไม่ทราบว่าปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่ดีกว่าเดิมแล้ว สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้มีเพียงแนวทางและมีทัศนคติใหม่ต่อการรักษามะเร็ง การเลือกแนวทางที่มีประสิทธิภาพเท่านั้นจึงจะได้ผลการรักษาที่ดีมีประสิทธิผลกว่าเดิม

 

 

วิธีการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ FDAของสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้นำมาประยุกต์ใช้กับการรักษามะเร็งซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบรุกล้ำพื้นที่น้อย เป็นเทคโนโลยีที่ทางสหรัฐอเมริกาใช้หลักการระบายในอวกาศ คือ ใช้สารอาร์กอนฉีดผ่านเครื่องทำความเย็นไปยังหัวเข็มเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2-2.4 มิลลิเมตร หัวเข็มจะลดอุณหภูมิอยู่ที่ลบ150-170 องศาภายใน 30 วินาที สามารถทำให้บริเวณ 4 เซนติเมตรของรอบเข็มแข็งเหมือนลูกบอลภายในพริบตา ฆ่าเซลล์มะเร็งแบบตายคารังเฉพาะจุด แพทย์ที่ทำการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือศัลยแพทย์ที่มีฝีมือการผ่าตัด การมองมะเร็งผ่าเครื่องสแกน การใช้เข็มแทงเข้าไปในเนื้องอกอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากแพทย์จะต้องใช้ระบบอัลตราซาวด์สีหรือใช้ CT ควบคู่ไปกับ MRIในการกำหนดเป้าหมายและนำทางเพื่อเป็นการรับประกันว่าเข็มนำทางทั้งหลายที่แทงเข้าไปนั้นตรงเป้าและครอบคลุมเนื้องอกทั้งหมดจึงจะเป็นการการันตีผลการรักษาได้

 

 

 

การรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อดีกว่าการรักษาด้วยวิธีการระเหยด้วยความร้อน RFAและคลื่นอัลตราโซนิก HIFUอยู่มาก อันดับแรก เนื่องจากหัวเข็มที่เป็นน้ำแข็งถูกจับได้ด้วยคลื่นอัลตราโซนิกและ CTทำให้สามารถควบคุมขอบเขตการรักษาได้แบบเรียลไทม์ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทำให้การสลายด้วยความเย็นสามารถควบคุมขอบเขตการรักษาได้ดีกว่า RFA กับ HIFU ลดความเสี่ยงการผ่าตัดโดนอวัยวะปกติอื่นโดยไม่จำเป็นหรือทิ้งร่องรอยเนื้องอกที่เข้าไม่ถึงได้ มีความปลอดภัยสูงกว่า ข้อดีลำดับต่อมาคือเครื่องทำความเย็นประกอบด้วยเข็ม 8เล่มทำให้การรักษาในแต่ละครั้งสามารถสลายก้อนเนื้อขนาดใหญ่หรือหลายๆ ก้อนพร้อมกันได้ และที่สำคัญกระบวนการรักษาด้วยความเย็นไม่ทำร้ายหลอดเลือดจึงเหมาะที่จะใช้รักษาอวัยวะที่อยู่ใกล้หลอดเลือดดำไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดดำพอร์ทัลตับ หลอดเลือดดำปอด หรือหลังเยื่อบุช่องท้อง และเนื้องอกที่ไม่เหมาะกับการรักษาด้วย RFAและเนื่องจากอุณหภูมิทำงานผ่านเข็มนำจึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องความดันในร่างกายหรือข้อจำกัดเรื่องการเปิดแผลเหมือนดั่งการรักษาด้วย HIFU จึงเหมาะกับโรคมะเร็งหลายชนิด นอกจากนี้ ความเย็นช่วยทำให้ปลายประสาทชา ดังนั้นระหว่างการรักษาและการพักฟื้นจึงรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าการรักษาด้วยความร้อน RF

 

 

 

ด้วยข้อดีหลายประการของการสลายเนื้องอกด้วยเย็นนี้เอง ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับการตอบรับและนำมาใช้แพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ สามารถรักษาก้อนเนื้อขนาด 1-4 เซนติเมตรที่เกิดมาเป็นก้อนเดียวให้หายขาดได้ วิธีนี้ยังเหมาะสำหรับเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมากให้ลดขนาดและปริมาณลงได้ เพิ่มประสิทธิภาพเคมีบำบัดได้ถึง 80% ช่วยลดขนาดก้อนเนื้อในข้างๆหลอดลม กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อป้องกันหรือบรรเทาก้อนเนื้ออุดตันอวัยวะดังกล่าวได้ สำหรับก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอยู่มากมายนั้น การรักษาด้วยความเย็นจะช่วยสลายก้อนเนื้อส่วนใหญ่และลดจำนวนเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง เพิ่มโอกาสการผ่าตัดก้อนเนื้อทิ้งได้ เทคโนโลยีนี้ใช้เทคนิคทางกายภาพกำจัดก้อนเนื้อ ดังนั้นจึงเหมาะกับมะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนและยังเหมาะกับผู้ทำเคมีบำบัดหลายครั้งหรือกับอวัยวะที่ไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม การรักษาชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องเปิดบาดแผลจึงทำให้แผลมีขนาดเล็กและฟื้นตัวเร็ว จึงเหมาะกับผู้ป่วยสูงอายุที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งตับและมะเร็งเต้านมอีกด้วย

 

โรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็งฟูด้า ประเทศจีนเป็นผู้นำทางด้านการรักษาด้วยความเย็นลำดับต้นๆ ของโลก ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวแล้วกว่า 8000 ราย ซึ่งเป็นสถิตการรักษาเนื้องอกที่สูงที่สุดในโลก มะเร็งที่ทำการรักษาส่วนใหญ่ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งไต มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน มะเร็งต่อมไทมัสมะเร็งรังไข่ และมะเร็งปากมดลูกรวม 20 กว่าชนิด ผลสัมฤทธิ์ในการรักษาสูงถึง 95% การก่อตั้งสมาคมการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นแห่งทวีปเอเชียที่เมืองจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2012ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง ได้รับเกียรติให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ในสมัยที่หนึ่ง นพ.หนิว ลี่จื้อ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้รับเลือกให้เป็นรองประธาน และในการประชุมวิชาการว่าด้วยการรักษาด้วยความเย็นนานาชาติครั้งที่ 17 ณ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2013 ศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง กรรมการบริหารโรงพยาบาลได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคมการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นครั้งที่ 18ด้วยมติเอกฉันท์ ส่วนนพ. หนิว ลี่จื้อผู้อำนวยการฝ่ายการรักษาได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการบริหารสมาคมการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นครั้งที่ 18 นี้อีกด้วย หากสืบค้นด้วยระบบ PubMedlineของหอสมุดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา จำนวนงานวิจัยของโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็งฟูด้าถูกจัดอยู่ในห้าลำดับแรก ตำราการรักษาด้วยความเย็นเล่มแรกของโลก Modern Cryosurgery For Cancer เขียนขึ้นโดยศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง นพ.หนิว ลี่จื้อและศาสตราจารย์ Korpan ชาวออสเตรีย ปัจจุบันโรงพยาบาลได้ถูกจัดให้เป็นโรงพยาบาลการรักษาเฉพาะทางด้วยความเย็นสากลที่มีชื่อเสียงเป็นที่เรียบร้อย

 

ในหลายปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจำนวนไม่น้อยจากประเทศไทยได้เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลแห่งนี้ในแต่ละปีจำนวนไม่น้อย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดนครปฐม ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เข้ารับการรักษาด้วยความเย็นทำให้ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลงสองในสาม รักษาจนหายและทำงานได้เป็นปกติ คุณอเนก ชาวกรุงเทพฯ ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก หลังการรักษาพบว่าค่าเอนไซม์ PSA กลับคืนสู่สภาวะปกติ ปัจจุบันยืดอายุได้ไม่ต่ำกว่า 5ปีแล้ว คุณโสภี ผู้ป่วยมะเร็งตับและถุงน้ำดีระยะสุดท้าย สามารถยืดอายุได้ 4ปีกว่า และ ยังมี คุณวิเชียร ผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่เมื่อมารักษาที่โรงพยาบาลฟูด้าปีกว่า ตอนนี้ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลยังเตรียมล่ามไทยจีนจำนวน 4คนเอาไว้บริการ และมีสำนักงานที่กรุงเทพด้วย หากผู้ป่วยท่านใดสนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้

               ที่ตั้งศูนย์บริการแห่งประเทศไทยฟูด้า โครงการปรัชญาโฮมทาวน์ 3 ถนนสุคนธสวัสดิ์ (ลาดพร้าว71) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

                 เว็บไซต์            www.fudacancerthailand.com

                 เบอร์โทรให้คำปรึกษา  02-542-3638    081-580-3998   094-221-1169

news-22-7-57-1

เครื่องทำความเย็น Cryocareของสหรัฐอเมริกา และเครื่องทำความเย็น CryoHit ของอิสราเอล

 news-22-7-57-2

มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งที่แพร่กระจายไปช่องอกกับการรักษาด้วยความเย็น

news-22-7-57-3

ศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง ขณะรับมอบหนังสือแต่งแต่งให้เป็นประธานสมาคมการรักษาด้วยความเย็นสากลและรับมอบธงประจำสมาคม

news-22-7-57-4

ตำราการรักษาเนื้องอกด้วยความเย็น Modern Cryosurgry For Cancer เล่มแรกของโลกซึ่งแต่งโดยศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง นพ.หนิว ลี่จื้อและศาสตราจารย์ Korpan ชาวออสเตรีย

การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม(CIC)

การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม(CIC)

 Immunotherapy for Cancer (CIC)

 

การรักษามะเร็งโดยการสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม

Combined Immunotherapy for Cancer (CIC) 

โรงพยาบาลโรคมะเร็งฟูด้า กว่างโจว

--------------------------------------------

 เหตุผลความเป็นมา

            ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากที่มนุษย์เราได้เข้าใจระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและเข้าใจระบบภูมิคุ้มกันในโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นแล้ว ในประวัติศาสตร์การรักษามะเร็งแนวทางและเทคนิคการรักษาด้วยระบบการสร้างเซลล์คุ้มกันมะเร็งก็ได้อุบัติและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

            นพ. Herman Kattlove บรรณาธิการชมรมโรงมะเร็งและผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันเป็นวิธีการเดียวที่ทำให้มะเร็งตาย” “หากยังไม่มียาชนิดใหม่เกิดขึ้น ยาเคมีบำบัดนับเป็นแดนตายของผู้ป่วย” นพ.Ronald มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด กล่าวอย่างมั่นใจว่า “สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นก็คือ พวกเราได้เห็นแล้วว่าการรักษาด้วยวิธีสร้างภูมิคุ้มกันนี้จะกลายเป็นอาวุธสำคัญในการรักษามะเร็ง” (จาก The Wall Street Journal,23 พฤษภาคม 2003)

            เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้วว่า การรักษามะเร็งด้วยความเย็นของโรงพยาบาลโรคมะเร็งฟูด้า กว่างโจว มีความทันสมัยระดับสากล ซึ่งได้รับการยอมรับจากสมาคมการรักษามะเร็งด้วยความเย็นสากลและผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศต่างก็ให้การยอมรับจนกลายเป็นลักษณะเด่นของทางโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย

            การรวบรวมเอาวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ได้ผลมารวมกันจนกลายเป็นการรักษาด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม (Combined Immunotherapy for Cancer ชื่อย่อว่า CIC) จากประสบการณ์การรักษาของพวกเราพบว่า การนำเอา CIC มาเป็นส่วนสำคัญในการรักษามะเร็งระยะสุดท้ายหรือระยะแพร่กระจายสามารถยืดอายุผู้ป่วยหรือแม้กระทั่งยับยั้งหรือลดการเกิดซ้ำของโรคได้ การผ่าตัดลดการเกิดซ้ำได้เพียง 50% หลังจากผสมผสานการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวผู้ป่วยกว่าครึ่งหนึ่งสามารถมีชีวิตยืนยาวด้วยสุขภาพที่แข็งแรงต่อไปได้อีก 10-15 ปีหรือยืนยาวกว่านั้น

            โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าเป็นโรงพยาบาลแรกๆ ที่รณรงค์การรักษามะเร็งด้วย CIC ปัจจุบันได้กลายเป็นลักษณะเด่นและรูปแบบการรักษาที่โดดเด่นของทางโรงพยาบาลที่ผนวกเอาการรักษามะเร็งด้วยความเย็นกับระบบ CIC เข้าไว้ด้วยกัน

 

 หลักการและเหตุผล

            มะเร็งจะไม่เกิดกับบุคคลที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง เมื่อภูมิคุ้มกันลดมักเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งหรือเกิดซ้ำ การฟื้นฟูภูมิคุ้มกันและการสร้างภูมิคุ้มกันจะทำให้เซลล์มะเร็งอยู่ในสภาพ “หลับใหล” ซึ่งจะช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้         

 

            มะเร็งเป็นโรคที่อยู่ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะในหลอดเลือด ไขกระดูกหรือโครงสร้างต่างๆ ของร่างกายล้วนมีเซลล์มะเร็งหลบซ่อนอยู่ มะเร็งที่แสดงออกมาตามอวัยวะต่างๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การรักษาเฉพาะจุดโดยไม่ได้คำนึงถึงการรักษาองค์รวมทั้งร่างกายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มะเร็งเกิดซ้ำและแพร่กระจาย

   

 

            การรักษานอกจากให้ความสำคัญกับการกำจัดหรือลดขนาดของเนื้องอกแล้ว ควรให้ความสำคัญเรื่องการยกระดับคุณภาพการรักษาองค์รวมของผู้ป่วย หรือกล่าวอีกอย่างว่ารักษาให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางการรักษามะเร็ง ยืดอายุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตต่ออย่างไร้โรคาหรือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมะเร็งอย่างสันติ

     

 

            องค์การอนามัยโลกได้ให้ทัศนคติใหม่ต่อมะเร็งว่า “เป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้” โดยวิธีการประคับประคองอาการ รักษาภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ วิธีนี้จะทำให้มะเร็งเข้าสู่ภาวะเรื้อรังไม่คุกคามชีวิตแบบเฉียบพลัน

 

ยุทธศาสตร์ (Strategy) ของการรักษาองค์รวม CIC (Combination)

            การผสมผสานการรักษาเฉพาะที่กับการรักษาทั้งร่างกายแบบองค์รวม จะเห็นได้ว่าการรักษาเฉพาะที่ เช่น การสลายด้วยความเย็น การรักษาด้วยคลื่นความถี่ การฉายแสงหรือการผ่าตัด ช่วยสลายหรือทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงส่งผลให้การรักษาแบบองค์รวมมีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น การสลายด้วยความเย็นยังช่วยสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ของร่างกายให้สูงขึ้น แผนการรักษานี้ช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาได้อย่างชัดเจน

 

            ผสมผสานแผนการและวิธีการรักษา กล่าวคือ ยาที่ใช้กระตุ้นภูมิคุ้มกันมีหลายชนิด การเลือกผสมยาสองชนิดหรือมากกว่าสองชนิดในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยไม่มีสูตรจำเพาะตายตัว

   

            การให้ยาด้วยช่องทางที่หลากหลาย กล่าวคือ ยาบางตัวเหมาะกับการให้ผ่านหลอดเลือดดำ ยาบางตัวเหมาะกับการฉีดผ่านชั้นผิวหนัง ยาบางตัวเหมาะที่จะดื่มเข้าไป การให้ยาด้วยช่องทางที่หลากหลายจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้

 

            การผสมผสานยารักษามะเร็ง กล่าวคือ ยาที่ใช้ในการรักษาและกลไกต่างๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสูตรเดียวกันเสมอไป การปรับสูตรยาให้เหมาะกับการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายจึงจะสามารถยกระดับการรักษาได้

 

            การผสมผสานระหว่างแพทย์แผนจีนกับแพทย์แผนตะวันตก กล่าวคือ การแพทย์สมัยใหม่กับการแพทย์สมัยโบราณล้วนมีเทคนิคและวิธีการในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายต่างกันการนำมาผนวกรวมกันย่อมเกิดประโยชน์มากกว่าโทษ

 

วิธีการศึกษา

การรักษาด้วย CIC มีเนื้อหาและเทคนิคดังนี้ 

     

            1.วัคซีนกระตุ้นเซลล์ Dendritic,DC เป็นเทคนิคการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน DCเป็นเซลล์ที่เข้มแข็งที่สุดของร่างกาย มันสามารถดักจับข้อมูลเซลล์มะเร็งได้จากนั้นส่งต่อไปยังเซลล์เม็ดเลือดขาว (CTL) เพื่อกำจัดเซลล์ Tด้วยวิธีการธรรมชาติ (NK) จากนั้นกำจัดเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด วิธีการคือนำเลือดของผู้ป่วยออกมาแยกเซลล์โมโนนิวเคลียร์ จากนั้นร่างกายผู้ป่วยจะสร้างเนื้อเยื่อแอนติเจน แอนติเจนบริสุทธิ์และไซโตไคน์พิเศษ “โจมตี” เซลล์มะเร็งอีกครั้ง เพื่อให้ DC ที่ไม่สมบูรณ์กลับมาสมบูรณ์พร้อมปริมาณของข้อมูลที่จะนำมาดำเนินการ จากนั้นฉีดเซลล์เหล่านี้กลับเข้าไปยังผู้ป่วยอีกครั้งโดยฉีดผ่านหลอดเลือดดำหรือฉีดผ่านใต้ชั้นผิวหนัง

 

fuda-12-7-2557-2

 ภาพบนกล้องจับภาพเซลล์ DC ที่มีรูปร่างลักษณะต่างๆ

ภาพล่าง (ซ้าย) เซลล์DCนำพาแอนติเจน

ภาพล่าง (ขวา) เซลล์ DC สัมผัสเซลล์เม็ดเลือดขาว T

     

            2.ไซโตไคน์ได้รับการฟื้นฟูจนสามารถทำลายเซลล์มะเร็ง (Cytokine-induced killer, CIK) เซลล์ชนิดนี้เกิดจากประเภทของเซลล์หลายชนิดรวมกัน หลังจาก interferonสารต้านแอนติบอดี CD3และinterleukin-2-1bได้รับการกระตุ้น ส่งผลทำลายล้างเซลล์มะเร็งเฉพาะจุดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมี MHC ที่มีประสิทธิภาพหลอมรวมเซลล์ เซลล์ CIK มี CD3+CD56+เซลล์ เป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นเซลล์ส่วนหนึ่งที่ทำลายล้างเซลล์ T(NK) มันจะทำหน้าที่แสดงผลเซลล์ NK(CD56)และเซลล์ T(CD3)ให้ปรากฏ ร่างกายของผู้ป่วยสามารถผลิตเซลล์ CIK ได้เอง จากนั้นให้ผ่านทางหลอดเลือดดำเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง

     

            3.ตัวเหนี่ยวนำชนิด multivalent สามารถเลือกใช้ตัวเหนี่ยวนำที่มีขายตามท้องตลาด หรือสารละลายที่เกิดจากเซลล์ DC จากนั้นฉีดผ่านใต้ชั้นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ หรือฉีดด้านข้างของก้อนเนื้อ Staphylococcin (ชื่อตามผลิตภัณฑ์คือ Highly Agglutinative) เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

      

            4. ไคโตคีน (Cytokines) ประกอบด้วย interleukin-2, interferon, thymosin (Zadaxin) ยีนต์ของเนื้องอกที่ตาย (TNF) จากนั้นใช้วิธีการฝังเข็มเข้าไปตามจุดต่างๆ

   

            5. Immune irritant ที่มีปริมาณ naltrexone ขนาดเล็กให้โดยผ่านการดื่มเข้าสู่ร่างกาย

      

            6.แพทย์แผนจีน หลักการรักษาคือ “ลมปราณดีม้ามแข็งแรง” นำทฤษฎีแพทย์แผนจีนมาประยุกต์เข้ากับการรักษาเพื่อสร้าง “ลมปราณดีม้ามแข็งแรง” เลือกตัวยาที่เหมาะกับผู้ป่วยดื่มเข้าสู่ร่างกายควบคู่ไปกับการรักษาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน

 

 

โรคที่เหมาะกับการรักษาชนิดนี้ ได้แก่

            หลังการผ่าตัด ป้องกันมิให้เกิดซ้ำหรือแพร่กระจาย

            เนื้องอกที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมด หรือขณะผ่าตัดพบการแพร่กระจาย

            มะเร็งระยะลุกลาม ไม่สามารถผ่าตัด หรือปัจจัยอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับการผ่าตัดได้

            ผู้ป่วยที่กลับมาป่วยซ้ำ

            เนื้องอกธรรมดาที่ไม่สามารถผ่าตัด

 

วิธีการติดตามผลการรักษา

            ภายหลังการรักษาด้วยวิธีการ CIC สังเกตว่าผู้ป่วยมีกำลัง รับประทานอาหารได้มากขึ้นและจิตใจแจ่มใสขึ้นหรือไม่

            สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการตัวเหลือง ท้องบวมน้ำ อาการต่างๆ เหล่านี้ดีขึ้นหรือหายไปหรือไม่

            กำหนดเวลาตรวจหาค่ามะเร็ง อัลตราซาวด์ CTสแกนหรือ MRIเพื่อดูการตอบสนองการรักษา

            ตรวจวัดหาค่าภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย

            ติดตามคุณภาพชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

 

ผลข้างเคียง (Side effects) 

            หลังจากตัวเหนี่ยวนำ DC CIK และ MVฉีดเข้าไปในร่างกายแล้ว ร่างกายอาจมีไข้ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมงช่วงเวลาที่มีไข้ผู้ป่วยจะรู้สึกหนาวสั่น อาการคล้ายคนเป็นหวัด ปวดหัว ปวดหลัง ผะอืดผะอมและปวดบริเวณเนื้องอก อาจให้ยาระงับปวดได้ หลังจากฉีด MV แล้ว จะมีอาการบวมแดงบางจุดและปวดเล็กน้อย อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการปกติไม่จำเป็นต้องให้ยาหรือจัดการใดๆ เป็นพิเศษ

 

ข้อควรระวัง (Attention) 

            แผนการรักษา CIC มากเกินไปก็ไม่ดี ไม่ควรรักษาคราวเดียวทั้งหมด ควรให้ตามสภาวะผู้ป่วย

            หลังจากรักษาด้วย MV2ครั้งแล้ว หากไม่มีอาการบวมแดงบางส่วนของร่างกายแสดงว่าร่างกายผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา จึงไม่ควรให้การรักษาซ้ำ

            หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก ควรสลายเนื้องอกด้วยความเย็นเสียก่อนเพื่อลดขนาด จากนั้นจึงค่อยรักษาด้วย CIC

            การรักษาด้วย CIC สามารถใช้ร่วมกับการรักษาเคมีบำบัด เพื่อบรรเทาอาการข้างเคียงที่เกิดจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้

 

ความคาดหวัง

            ปัจจุบันมีประสบการณ์และข้อมูลบางประการยืนยันแล้วว่า การรักษาด้วย CICนำมาซึ่งประสิทธิผลการรักษาดังต่อไปนี้

            แม้ผู้ป่วยมะเร็งจะอยู่ในระยะลุกลาม การรักษานี้จะช่วยทำให้ภาวะลุกลามดังกล่าวชะลอตัวลงและช่วยให้ผู้ป่วยมีอายุยืนขึ้น

            แม้การรักษาใดๆ จะไม่ได้ผล การรักษาด้วย CIC ยังมีโอกาสฟื้นฟูร่างกายได้ระดับหนึ่ง

            CIC ยังช่วยฟื้นฟูหลังการรักษาด้วยผ่าตัด เคมีบำบัดและการฉายแสง

            CIC ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับผู้มีโอกาสเป็นมะเร็ง

            CIC ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังผ่าตัด เคมีบำบัดหรือฉายแสง ยังช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถรับการผ่าตัดเพิ่มโอกาสการผ่าตัดได้

 

รูปแบบการรักษามะเร็งแบบ “CCC”

 

รูปแบบการรักษามะเร็งแบบ “CCC”

พื้นฐานทฤษฎี

          โรคมะเร็งเป็นโรคที่มีลักษณะเกิดขึ้นทั่วร่างกาย เนื้องอกเป็นเพียงการแสดงออกในบางส่วนของโรคมะเร็ง โรคมะเร็งหากว่าเกิดขึ้นแล้ว ก็จะมีเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย ด้วยเหตุนี้ เพียงแค่การผ่าตัดก้อนมะเร็งออกไป ไม่ได้หมายถึงว่ามะเร็งรักษาหายแล้ว เช่น มะเร็งเต้านม ถึงแม้ว่าจะทำการผ่าตัดออกไปตั้งแต่ระยะแรก แต่ 20 ปีต่อมาก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

     

               โรคมะเร็งสามารถแสดงออกในรูปแบบโรคเรื้อรังเหมือนโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวานได้ จากระยะเริ่มต้นถึงระยะที่มีก้อนมะเร็งปรากฎ มักจะต้องผ่านระยะเวลาเป็นปีหรือหลายปี ผู้ป่วยบางรายตลอดชีวิตมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกายแต่ไม่ปรากฎอาการออกมา เพียงอยู่ในสภาวะ “พักตัว” เท่านั้น

 

                ประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันของร่างกายมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเกิดและการพัฒนาของโรคมะเร็ง   หากว่าประสิทธิภาพของเซลล์ภูมิคุ้มกันแข็งแรง เมื่อมีเซลล์มะเร็งปรากฎขึ้นมาก็จะถูกเซลล์ภูมิคุ้มกันทำลายทันที หากว่าเซลล์ภูมิคุ้มกันกับเซลล์มะเร็งมีกำลังพอๆ กัน ทั้งสองฝ่ายก็จะอยู่กันอย่างสงบ ร่างกายเราก็จะสงบสุขไปด้วย แต่หากว่าจำนวนและพลังของเซลล์ภูมิคุ้มกันตกต่ำลง หรือเซลล์มะเร็งร้ายกาจกว่าที่คิด สามารถหลบรอดการโจมตีของเซลล์ภูมิคุ้มกัน หรือเรียกว่าเกินกว่าที่เซลล์ภูมิคุ้มกันจะรับมือได้ เซลล์มะเร็งก็จะอาศัยโอกาสนี้เจริญเติบโตขึ้นมา เกิดการแพร่กระจาย ย้ายที่ ทำอันตรายต่อชีวิตผู้คน

     

 

               ด้วยเหตุนี้ การรักษาโรคมะเร็งจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักการดังต่อไปนี้

            1. ผ่าตัดส่วนที่เกิดโรคหรือสลายมะเร็งเท่าที่จะเป็นไปได้ การผ่าตัดออกไปและการสลายด้วยความเย็นเป็นวิธีการรักษาส่วนที่เกิดโรคที่มีประสิทธิผล

            2. เคมีบำบัดเป็นการรักษาทั่วไปแบบหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็ทำร้ายเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย หลักของการรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง คือ นำยาเคมีฉีดเข้าไปยังส่วนที่เกิดมะเร็งโดยตรง ซึ่งมีบทบาทมากในการรักษาส่วนที่เกิดโรค แต่เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายส่วนอื่นๆ น้อย

            3. การรักษาโดยผ่านทางระบบภูมิคุ้มกันเป็นวิธีการรักษาระบบร่างกายที่มีความสำคัญขั้นพื้นฐาน การกำจัดเซลล์มะเร็งเซลล์สุดท้ายให้หมดสิ้นนั้นต้องอาศัยเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่ใช่ยาใดๆ ทั้งสิ้น

 

วิธีการรักษา

การรักษาด้วยการสลายด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablationหรือ CSA)

     

                ภายใต้การนำทางของเทคโนโลยีการถ่ายภาพ (อัลตราซาวด์, CTScan หรือ MRI) นำแท่งเข็มความเย็นที่ออกแบบเป็นพิเศษแทงเข้าไปในก้อนมะเร็ง ทำให้เป้าหมายมีอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วถึงลบ 160 องศาเซลเซียส แล้วทำให้อุหภูมิร้อนขึ้นถึง 20-40 องศาเซลเซียส ทำเช่นนี้ 2-3 รอบ สามารถทำให้มะเร็งสลายไปได้ทั้งหมด เมื่อเทียบกับการสลายด้วยเทคนิคอื่นๆ CSA มีข้อได้เปรียบดังนี้

 

                * สามารถรักษามะเร็งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ได้ สลายมะเร็งก้อนเดียวหรือหลายก้อนได้

               *  การรักษาด้วยความเย็นไม่ทำลายหลอดเลือดใหญ่และหลอดลมขนาดใหญ่ กับมะเร็งที่ใกล้กับโครงสร้างต่างๆ เหล่านี้ก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

                *  ขณะทำการรักษาจะไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด กลับกัน CSA สามารถหยุดยั้งอาการปวดได้

               *  ขั้นตอนการสลายด้วยความเย็นสามารถมองเห็นได้ด้วยภาพจากอัลตราซาวด์อย่างชัดเจน

                *  หลังจากสลายด้วยความเย็นเซลล์มะเร็งจะตายแต่ซากเซลล์มะเร็งที่ตายยังคงอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย และปล่อยแอนติเจนออกมากระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจากนั้นไปกำจัดเซลล์มะเร็งที่เหลือ จึงช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

 fuda-news-23-6-57-1

การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็งCancer Microvascular InterventionหรือCMI)

               เป็นการรักษาที่ใช้เครื่องมือพิเศษนำยาเคมีบำบัดหนึ่งหรือหลายชนิดบรรจุหรือส่งไปกับอนุภาคขนาดเล็กอาศัยเทคนิคการถ่ายภาพนำทางท่อลำเลียงยาเข้าไปยังเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงมะเร็ง สุดท้ายฉีดยาอนุภาคขนาดเล็กเข้าไป เนื่องจากบริเวณผนังเส้นเลือดฝอยของมะเร็งจะมีช่องว่างเล็กๆซึ่งยาอนุภาคขนาดเล็กสามารถแทรกซึมจากหลอดเลือดเข้าไปในเนื้อเยื่อมะเร็งได้ ยิ่งฉีดในปริมาณมาก ยายิ่งมีความหนาแน่นสูง ยาที่ถูกปล่อยออกมาจะไปฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่เนื่องจากผนังเส้นเลือดฝอยปกติจะหนาแน่นมาก ยาอนุภาคไมครอนไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปได้ ดังนั้น ยาที่เข้าสู่เส้นเลือดปกติจึงไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเสียหายได้ นั่นคือทำให้เกิดอาการข้างเคียงแก่ร่างกายน้อยมาก     

เปรียบเทียบกับการทำเคมีบำบัดและการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดแบบทั่วไป CMI มีข้อได้เปรียบดังต่อไปนี้

            บริเวณเกิดมะเร็งมีความเข้มข้นของยาสูง แต่ยาที่กระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมีน้อย ตัวอย่างเช่น ยาOxaliplatin หากว่าน้ำหนักตัวของผู้ป่วย 60 kg น้ำหนักก้อนมะเร็ง 50g โดยปกติเคมีบำบัดหรือให้ยาผ่านทางเส้นเลือดแบบทั่วไปจะใช้ปริมาณยา 125 mg แต่ยาเคมีบำบัดที่เข้าสู่เนื้อเยื่อมะเร็งมีเพียง 0.125mg เท่านั้น แต่การทำ CMI ปริมาณยาOxaliplatin ที่ใช้เพียง 1ใน10 ส่วน คือ 12.5 mg เข้าสู่เนื้อเยื่อมะเร็งได้ถึง 5mg สูงขึ้น 40 เท่า

 

            เกิดประสิทธิผลให้เห็นอย่างรวดเร็ว ภายใต้อัลตราซาวด์สามารถมองเห็นหลอดเลือดมะเร็งที่ย้อมสีหายไปอย่างรวดเร็ว มะเร็งชนิด solid tumor เปลี่ยนเป็นอ่อนและเล็กลง

    * ผลข้างเคียงน้อย ผู้ป่วยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หลังการรักษา 3-4 ชั่วโมงก็สามารถกลับบ้านได้

            CMI ยังคงเกิดประสิทธิผลในการรักษา กรณีที่ทำเคมีบำบัดหรือให้ยาผ่านทางเส้นเลือดแบบทั่วไปไม่ได้ผล

            สามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการดำเนินชีวิต

fuda-news-23-6-57-2

การรักษาโดยผ่านทางระบบภูมิคุ้มกัน (Combined Immunotherapy for Cancer หรือ CIC)

            วิธีการนี้ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกันต้านมะเร็งของร่างกายให้สูงขึ้น เซลล์มะเร็งมีลักษณะผิดปกติเป็นธรรมดา หมายความว่า ภายในก้อนมะเร็งเดียวกันจะมีเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะแตกต่างกันหรือเป็นชนิดย่อยๆ (subtype) หลากหลายชนิดอยู่ อีกทั้งเซลล์มะเร็งมีลักษณะเปลี่ยนแปลงมากหรือไม่แน่นอน เซลล์มะเร็งที่เวลาหนึ่งถึงเวลาหนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงแตกต่าง ดังนั้นเซลล์ภูมิคุ้มกันหรือกลไกภูมิคุ้มกันมะเร็งจำเป็นต้องมีกองกำลังทหารเป็นหมื่นๆ พันๆ และต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ CIC คือ การนำเทคนิคต่างๆ ที่กระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกายมารวมกัน ในนั้นมีเทคนิคภูมิคุ้มกันกระตุ้นT Cells, B Cells, NK Cell, DCCells (Dendritic Cells) บางเทคนิคกระตุ้น Cytokines ชนิดหนึ่ง บางเทคนิคกระตุ้นอีกชนิดหนึ่ง ผลของการกระตุ้นลักษณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเซลล์มะเร็งชนิดใด ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ต่างก็มีผลในการยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็งทั้งสิ้น

     

 

            เทคนิค CIC ประกอบด้วย สารกระตุ้น Dendritic Cells หรือ DC (คือเซลภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่หลักในการตรวจหาเซลล์มะเร็งและส่งสัญญาณให้เซลล์อื่นๆ ในระบบรับทราบ), Cytokine Induced killer Cells หรือ CIK (คือเซลล์ที่ได้รับการกระตุ้นด้วย Cytokines เพื่อชักนำให้กลายเป็นเซลล์เพชฌฆาต), T Cells, Mixed Vaccines (MV), และlow dose naltrexone หรือ LDN รวมทั้งการผลิตยาแพทย์แผนจีนโบราณ เป็นต้น เทคนิคเหล่านี้โดยทั่วไปจะใช้พร้อมกันหรือใช้ต่อเนื่องก่อนหลัง ขั้นตอนหลักคือ

     

                วันที่ เจาะเลือด 60-80 ml ส่งให้ห้องปฎิบัติการทำการแยกเซลล์ไปเพาะเลี้ยง

            วันที่ 8-12 ทำการฉีดสารกระตุ้น Dendritic Cells และCIK เข้าทางหลอดเลือดดำ2-4 ครั้ง

            ฉีดMixed Vaccines (MV)0.5 ml ใต้ผิวหนัง โดยฉีดเข้าบริเวณต้นแขนหรือบริเวณที่ใกล้กับก้อนมะเร็ง หลังจากนั้นฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปริมาณการฉีดขึ้นอยู่กับการตอบสนองของจุดเกิดโรค ฉีดครั้งละ 0.5-1.0-1.5ml หลังจากฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง พักผ่อน 2 สัปดาห์ แล้วทำซ้ำ ใช้วิธีนี้ 3 เดือน

     

               ข้อได้เปรียบของ CIC

          แทบไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

            มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งเป็นบริเวณกว้าง

            มีประสิทธิภาพในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง

fuda-news-23-6-57-3

การใช้รูปแบบการรักษาแบบ “CCC”

            สำหรับมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งระยะพัฒนาที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดออกไปได้ สามารถรักษาด้วยการสลายด้วยความเย็นโดยผ่านชั้นผิวหนังก่อน (CSA) จากนั้นให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง (CMI) สำหรับมะเร็งที่ยังหลงเหลือ

            สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำการรักษาด้วยความเย็น หรือมีสภาพร่างกายอ่อนแอ สามารถใช้วิธีCMI ได้โดยตรง

                สำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาด้วยการสลายด้วยความเย็น (CSA) หรือ/และการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง (CMI) หรือไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้น ก็สามารถรักษาโดยผ่านทางระบบภูมิคุ้มกัน (CIC) ได้ เพื่อกำจัดโรคที่ยังหลงเหลือ หรือป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

fuda-news-23-6-57-4

               สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก สามารถใช้การรักษาผ่านระบบภูมิคุ้มกัน (CIC) จากนั้นจึงรักษาด้วยวิธี CMI หรือ/และ วิธี CSA หลังจากอาการดีขึ้น

 

 

การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง (CMI)

การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็งCancer Microvascular Interventionชื่อย่อCMI)

 

                   ขณะที่ทำเคมีบำบัด ยาคีโมจะกระจายไปทั่วร่างกาย เมื่อเข้าถึงเนื้อเยื่อมะเร็ง ยาจะมีความเข้มข้นต่ำ จึงมักไม่เพียงพอที่จะออกฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้ แต่ยากลับกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายมาก แต่ฤทธิ์ในการฆ่าทำลายเซลล์มะเร็งนั้นกลับไม่เป็นที่น่าพอใจ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อบกพร่องนี้ ผู้คนจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด โดยนำสายลำเลียงแทงผ่านเข้าไปยังเส้นเลือดฝอยบริเวณใกล้กับเนื้อเยื่อมะเร็ง จากนั้นสวนยาเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง วิธีนี้ทำให้ขณะที่ให้ยาคีโมนั้น บริเวณที่เกิดมะเร็งจะมีความเข้มข้นของยาเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ข้อเสียคือ ยาคีโมนั้นจะไหลไปตามกระแสเลือดทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว จึงไม่สามารถทำให้ยามีความเข้มข้นสูงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง
      

                การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง Cancer Microvascular Interventionชื่อย่อCMI)  เป็นการใช้กระบวนการพิเศษนำยาเคมีบำบัดหลายชนิดผสมกันและทำให้มีอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโน จากนั้นอาศัยอัลตราซาวด์นำสายลำเลียงยาอนุภาคนาโนเข้าไปยังเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงมะเร็ง การทำเคมีบำบัดด้วยยาอนุภาคขนาดเล็กนี้เป็นการเจาะจงให้ยาแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อมะเร็งโดยตรงและสามารถทำให้ยามีความเข้มข้นสูงอยู่ได้นานหลักการที่ว่านี้คือ ระหว่างเซลล์บุผนังเส้นเลือดฝอยของมะเร็งจะมีช่องว่างเล็กๆมากมาย แต่ระหว่างเซลล์บุผนังเส้นเลือดฝอยปกตินั้นจะหนาแน่นมากไม่มีช่องโหว่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ยาเคมีบำบัดอนุภาคขนาดเล็กที่ผ่านสายลำเลียงและแทรกซึมเข้าไปถึงช่องว่างของเนื้อเยื่อมะเร็ง ทำให้เนื้อเยื่อมีค่า Osmolality เพิ่มสูงขึ้น บีบรัดเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงมะเร็งให้เกิดการอุดตัน ดังนั้นจึงทำให้ยาเคมีบำบัดถูกกักให้อยู่ในเนื้อเยื่อของมะเร็งได้ค่อนข้างนานแต่ยาเคมีบำบัดที่เข้าไปถึงภายในเส้นเลือดฝอยปกตินั้นเนื่องจากยามีอนุภาคขนาดเล็กเกินไป ไม่อาจทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันได้ ก็จะไหลไปตามกระแสเลือด อีกทั้งปริมาณการใช้ยาน้อย ดังนั้นจึงไม่ทำให้เนื้อเยื่อปกติเกิดความเสียหายมากเกินไป ผลข้างเคียงของร่างกายจึงน้อยมาก

 

(Cancer Microvessel Intervention,CMI)

หลักการรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง

(Cancer Microvascular Interventionชื่อย่อ CMI)

 

ภาพ แนวทางการรักษา

fuda-11-6-57-1

จากภาพ

图上:จากภาพ

正常毛细血管(内皮细胞之间无间隙)

เส้นเลือดฝอยปกติ (ระหว่างผนังเซลล์ไม่มีช่องว่าง)

肿瘤毛细血管(内皮细胞之间有间隙)

เส้นเลือดฝอยมะเร็ง (ระหว่างผนังเซลล์มีช่องว่าง)

红细胞

เซลล์เม็ดเลือดแดง

导管

สายนำ

化疗药微球

ยาเคมีบำบัดขนาดไมโคร

微球渗入肿瘤组织

อนุภาคไมโครแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อมะเร็ง

毛细血管压差降低     消失     血液停止

ความดันเส้นเลือดฝอยลดต่ำลง   หายไป   เลือดหยุด

肿瘤

มะเร็ง

化疗药微小颗粒

ยาเคมีบำบัดอนุภาคขนาดเล็ก

 2.ข้อได้เปรียบของการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยเข้าสู่เซลล์มะเร็ง

                        ด้านล่างเป็นการตั้งสมมติฐาน โดยเปรียบเทียบวิธีการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยกับทางหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง ทำให้เข้าใจข้อได้เปรียบของการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยง่ายขึ้น 

                ผู้ป่วยน้ำหนักตัว 60 kg สมมุติว่าน้ำหนักก้อนมะเร็ง 50g(0.05kg)

 

ให้ยาผ่านทางหลอดเลือดดำทั่วร่างกาย

ให้ยาOxaliplatin150mg ทั่วร่างกายคำนวณคร่าวๆว่าเนื้อเยื่อมะเร็งจะได้รับยามากที่สุดประมาณ0.125mg  ยาส่วนที่เหลือจะกระจายไปยังเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ หรืออยู่ในกระแสเลือดทั่วร่างกาย

การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอย

ใช้ปริมาณยาเพียง1ใน10 ส่วน นั่นคือ ให้ยา Oxaliplatin 15mgโดยใช้อัลตราซาวด์นำสายลำเลียงยาเข้าไปยังเส้นเลือดในบริเวณที่ต้องการ สมมุติว่ายาปริมาณ 2 ใน 3 สูญเสียไปอยู่ในระบบหมุนเวียนเลือด แต่ปริมาณยาอีก 1 ใน 3 จะถูกกักอยู่ในเนื้อเยื่อมะเร็งได้ค่อนข้างนานตามหลักการที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น ก้อนมะเร็งขนาด 50g ได้รับยา Oxaliplatin 5mgดังนั้นจึงมีปริมาณยามากกว่าการทำเคมีบำบัดโดยผ่านทางหลอดเลือดดำถึง 40 เท่า (5mg=0.125mg*40)

 

 fuda-11-6-57-2

 

图上:จากภาพ

  • 某癌症患者体重60 Kg,瘤块50 g 用奥沙利馆为例

ตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งที่มีน้ำหนักตัว 60 Kg ใช้ยาOxaliplatin กับก้อนมะเร็งขนาด 50 g

  • 普通全身静脉给药化疗或动脉灌注化疗

การให้ยาเคมีบำบัดทั่วร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดงแบบทั่วไป

  • 普通全身静脉或动脉灌注用药量150 mg

วิธีให้ยาทางหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดงแบบทั่วไปจะใช้ปริมาณยา 150 mg

  • 肿瘤50g

มะเร็งขนาด50 g

  • 滞留在肿瘤组织内的药量为0.125 mg

ปริมาณยาที่ถูกกักอยู่ในเนื้อเยื่อมะเร็ง 0.125 mg

  • 滞留药量0.125 mg

ปริมาณยาที่ถูกกัก 0.125 mg

  • 肿瘤微血管介入疗法

การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง

  • 微血管介入用药量 15 mg (只有普通全身用药量的1/10的剂量)

ปริมาณยาที่ใช้ในการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอย 15 mg (ใช้ยาเพียง1ใน10 ของปริมาณยาที่ให้ทั่วร่างกายแบบทั่วไป)

  • 肿瘤50g

มะเร็งขนาด50 g

  • 假设2/3流失,1/3滞留在肿瘤组织内,则药量为5 mg

สมมุติปริมาณยาสูญเสียไป 2 ใน 3 ส่วน อีก 1 ใน 3 ถูกกักอยู่ในเนื้อเยื่อมะเร็ง คิดเป็นปริมาณยา 5 mg

  • 滞留药量5 mg

ปริมาณยาที่ถูกกักไว้ 5 mg

  • 即用动脉灌注1/10药量就可达到40倍的肿瘤组织内药量,全身副作用轻,局部疗效提高。

ใช้ปริมาณยาเพียง 1ใน10 ของปริมาณการให้ยาทางหลอดเลือดแดง แต่ยาที่ถูกกักอยู่ในเนื้อเยื่อมะเร็งมากถึง 40 เท่า จึงเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อย ยกระดับผลการรักษาเฉพาะจุด

ดังนั้นเห็นได้ชัดว่า ฤทธิ์ในการฆ่าทำลายของยาจึงมีมากกว่าการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง นี่คือข้อได้เปรียบของการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอย

 

3. กระบวนการจัดเตรียมยาเคมีบำบัดในการรักษาโดยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอย

 fuda-11-6-57-3

4. ตัวอย่างการรักษาโดยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอย

ตัวอย่างที่ 1 มะเร็งปอด

 fuda-11-6-57-4

 

 

ภาพ A ก่อนการรักษา ตรวจหาความผิดปกติของสภาพเส้นเลือดด้วยเครื่อง D.S.A. (Digital Subtraction Angiography) โดยฉีดสีเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ของหลอดลม

ภาพ B  หลังจากให้ยาเคมีบำบัดตรวจเอกซเรย์หลอดเลือดทันที พบว่าหลอดเลือดของมะเร็งลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 fuda-11-6-57-5

ภาพ Cก่อนการรักษา ภาพสไลด์ MRI แสดงให้เห็นจุดที่มีการกระจายของมะเร็งภายในปอดทั้งสองข้าง

ภาพDหลังการรักษา 1เดือน ตรวจจุดเกิดโรคมีสภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ตัวอย่างที่2มะเร็งเต้านมแพร่กระจายสู่ตับ

 fuda-11-6-57-6

 

ภาพ Aก่อนการรักษา เครื่อง D.S.A.แสดงการย้อมติดสีเป็นบริเวณกว้างของมะเร็งในตับ

ภาพ Bหลังการรักษาโดยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอย ทำการตรวจเอกซเรย์หลอดเลือดทันทีพบว่าการย้อมติดสีในช่วงต้นลดลงอย่างชัดเจน

 fuda-11-6-57-7

 

ภาพ Cก่อนการรักษา ภาพ MRI แสดงจุดแพร่กระจายของโรคในตับ

ภาพDหลังการรักษา 3 เดือน จุดเกิดโรคลดลง

ตัวอย่างที่ 3 มะเร็งเต้านมแพร่กระจายไปที่กระดูก

 fuda-11-6-57-8

ภาพ Aก่อนการรักษา ตรวจสภาพหลอดเลือดด้วยเครื่อง D.S.A.พบการย้อมติดสีมะเร็งบริเวณกระดูกทรวงอก

ภาพ Bหลังการรักษาด้วยวิธี CMIตรวจเอกซเรย์หลอดเลือดทันทีพบว่าการย้อมติดสีมะเร็งลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 fuda-11-6-57-9

ภาพ Cก่อนการรักษา ภาพ MRI แสดงจุดของโรคบริเวณกระดูกทรวงอก

ภาพDหลังการรักษา การแพร่กระจายของจุดเกิดโรคหายไป

 

ตัวอย่างที่ 4 มะเร็งเต้านม ระยะ 3A

 fuda-11-6-57-10

 

ภาพ Aก่อนการรักษา เครื่อง D.S.A.แสดงจุดเกิดโรคของเต้านม

ภาพ Bหลังการรักษาด้วยวิธี CMIเอกซเรย์หลอดเลือดทันทีพบว่ามะเร็งที่ย้อมติดสีหายไป

 fuda-11-6-57-11

ภาพ Cก่อนการรักษา ตรวจสภาพหลอดเลือดด้วยเครื่อง D.S.A.

ภาพDหลังการรักษา 3 เดือน พบว่าจุดเกิดโรคหายไป

 

ตัวอย่างที่ 5 มะเร็งลำไส้ใหญ่

 fuda-11-6-57-12

ภาพ Aก่อนการรักษา ตรวจสภาพหลอดเลือดด้วยเครื่อง D.S.A.

ภาพ Bให้ยาด้วยวิธี CMI แล้วเอกซเรย์หลอดเลือดทันทีพบว่ามะเร็งที่ย้อมติดสีหายไป

 fuda-11-6-57-13

 

ภาพ Cก่อนการรักษา ภาพ MRI แสดงจุดเกิดโรคบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนคดเคี้ยว (sigmoid colon)

ภาพDหลังการรักษา จุดเกิดโรคหดเล็กลง

 

5. ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาด้วยวิธี CMI ของโรงพยาบาลฟูด้า

 fuda-11-6-57-14

คนที่ 1จากซ้าย คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผู่เซียงห้าว

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ผู่เซียงห้าว / รศ.นพ.ผู่เซียงห้าว

                        ดร.ผู่เซียงห้าว จบการศึกษาสาขาวิชารังสีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแพทย์ทหารอันดับที่ 4 ของประเทศจีน จากนั้นทำงานด้านการรักษามะเร็งชนิดรุกล้ำพื้นที่น้อยที่มหาวิทยาลัยดังกล่าวและที่ปักกิ่ง ในปี 1996-1997 ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรักษามะเร็งที่โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยรัฐชิ่งซ่าง ประเทศเกาหลี ในฐานะนักวิชาการที่ไปเยี่ยมชม หลายปีมานี้ ได้ศึกษาและทำงานในโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการให้ยามะเร็งผ่านหลอดเลือดหลายแห่ง ทั้งในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น ได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยาที่มีชื่อเสียงชาวญี่ปุ่นหลายท่าน ขยายการรักษามะเร็งแบบ CMI ซึ่งเป็นวิธีเดียวในโลกที่มีลักษณะเลือกเป้าหมายการรักษาได้ รักษาผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่างๆ กว่าหมื่นราย สามารถควบคุมมะเร็งจนถึงรักษาให้หายได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก สร้างปาฏิหารย์ให้แก่การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือดฝอยไปยังเซลล์มะเร็ง

 

การรักษาโดยให้เคมีบำบัดผ่านเส้นเลือด

                มะเร็งอาศัยหลอดเลือดในการส่งออกซิเจนและสารอาหารที่ต้องการ เนื้องอกจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหลอดเลือดมากมาย การกำจัดหลอดเลือดเป็นการควบคุมมิให้เนื้องอกโตและกระจายตัว ซึ่งวิธีการรักษาจะใช้ Embolic agents และยาเคมีบำบัดฉีดเข้าไปในหลอดเลือด ด้านหนึ่งทำให้หลอดเลือดอุดตันหรือหายไป อีกด้านหนึ่งทำให้ปริมาณยาเคมีในเนื้องอกมีระดับความเข้มข้นสูงจนเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็งได้ตามเป้าหมายโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย

                ยาที่ใช้ในการรักษาได้แก่ Transcatheter Arterial Chemoembolization(TACE) และ Transcatheter Arterial Infusion (TAI)

          TACE คือ กลุ่มยาที่ใช้ได้ดีกับการรักษามะเร็งตับต้นกำเนิด (HCC) มะเร็งถุงท่อน้ำดีและมะเร็งที่กระจายตัวมาที่ตับ หลักการรักษาคือ เลือดที่นำมาหล่อเลี้ยงมะเร็งตับมาจากหลอดเลือดแดง ส่วนเลือดที่มาหล่อเลี้ยงเนื้องอกตับธรรมดามาจากหลอดเลือดดำ ยาชุดนี้จะถูกฉีดเข้าไปที่หลอดเลือดแดงเพื่อไปอุดตันเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงมะเร็งทำให้เนื้องอกถูกทำลาย ขณะเดียวกันสามารถฉีดยาเคมีบำบัดเข้าไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย

                TAI เรียกอีกชื่อว่าเคมีบำบัดเฉพาะจุด   เหมาะกับมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต มะเร็งโพรงจมูกและลำคอ มะเร็งศีรษะ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งรังไข่ เนื้องอกในมดลูกและอีกหลายชนิด

 news-1-6-57-12

news-1-6-57-13

 

 

การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation ชื่อย่อ CSA)

การรักษาด้วยความเย็น(Cryosurgical Ablationชื่อย่อ CSA)

            วิธีนี้เป็นการรักษาแบบใหม่ที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)ในปี 1998 และผ่านมาตรฐานตัวชี้วัด SDAของประเทศจีน ในปี 1999 โดยประเทศจีนนั้นไม่ว่าจะมองในด้านจำนวนผู้ป่วยที่รักษาด้วยความเย็นหรือชนิดของโรค ก็ล้วนอยู่ในตำแหน่งแถวหน้าของโลกทั้งสิ้น โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโจวได้นำเทคนิคนี้จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาใช้ตั้งแต่ปี 2000ถึงครึ่งปีแรกของปี 2014 โรงพยาบาลของเราได้ทำการรักษาผู้ป่วยด้วยความเย็นไปแล้วถึง 12,000 ราย โรค 34 ชนิด นับเป็นอันดับ 1 ของประเทศจีนและของโลก กลายเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณสมบัติและเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

หลักการ

          วิธีการรักษาด้วยความเย็นเป็นเทคนิคการสลายก้อนเนื้อที่สำคัญอย่างหนึ่ง หลักการพื้นฐานคือ ทำให้เนื้อเยื่อมะเร็งมีอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วถึงลบ 160 องศาเซลเซียส แล้วจึงทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงให้เซลล์มะเร็งขาดน้ำและแตกสลายไป หรือทำให้เส้นเลือดฝอยของก้อนมะเร็งเสียหายจนเกิดภาวะขาดออกซิเจน ส่งผลทำให้เซลล์มะเร็งตาย หลังการสลายด้วยความเย็น เนื้อเยื่อมะเร็งที่ตายในบริเวณที่ทำการรักษาจะทำหน้าที่เป็นแอนติเจนไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมะเร็งขึ้นมา เซลล์มะเร็งที่ผ่านการรักษาด้วยความเย็นจะมีผลไวต่อการให้ยาเคมีและการฉายแสง ทำให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดและรังสีบำบัดมีบทบาทในการรักษาเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการรักษา

            การรักษาด้วยความเย็นสามารถทำระหว่างการผ่าตัด การส่องกล้องหรือแทงผ่านชั้นผิวหนังเข้าไปซึ่งใช้บ่อยที่สุด โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์หรือ CT Scan นำทางแท่งเข็มความเย็นแทงผ่านเข้าไปยังก้อนมะเร็ง ปล่อยก๊าซอาร์กอนเข้าไปทำให้อุณหภูมิภายในก้อนมะเร็งลดลงอย่างรวดเร็วจนเป็นน้ำแข็ง จากนั้นปล่อยก๊าซฮีเลียมเข้าไปทำให้ก้อนน้ำแข็งเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้น แล้วจึงทำให้เป็นน้ำแข็งและเพิ่มอุณหภูมิอีก ทำเช่นนี้อย่างน้อย 2 รอบ การทำความเย็นอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดก้อนน้ำแข็งปกคลุมก้อนมะเร็งทั้งก้อนและเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ อีกประมาณ 5-10 เซนติเมตร สำหรับมะเร็งขนาดใหญ่จะต้องใช้แท่งเข็มความเย็นหลายแท่งแทงเข้าไปพร้อมกันเพื่อทำความเย็น และหากจำเป็นบางครั้งอาจต้องทำการรักษาด้วยความเย็นนี้อย่างน้อย 2-3 ครั้ง

จุดเด่น

                1. การรักษาด้วยความเย็นเป็นการรักษาเฉพาะส่วน สามารถใช้รักษาเดี่ยวหรือรักษาร่วมกับวิธีการรักษาปกติ เช่น การผ่าตัด เคมีบำบัดหรือรังสีบำบัดได้

     

            2.การรักษาด้วยความเย็นร่วมกับการผ่าตัด สามารถลดอันตรายจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในขณะที่ผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออกไปได้

                3. เมื่อเทียบกับการผ่าตัด การรักษาด้วยความเย็นทำลายเนื้อเยื่อปกติให้เสียหายน้อย และสามารถทำซ้ำได้

   

               4. เนื้อเยื่อไม่ถูกทำลายหรือถูกตัดออกไปหลังการรักษาด้วยความเย็น โดยเฉพาะในขณะที่ความเย็นผ่านชั้นผิวหนัง เลือดออกน้อย หลังการรักษาผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว

     

            5. เส้นผ่าศูนย์กลางของแท่งเข็มความเย็นมีขนาดเล็ก (ปกติ 2-4 เซนติเมตร) จึงรุกล้ำพื้นที่ของร่างกายผู้ป่วยน้อย

             6. ไม่ปรากฎผลข้างเคียงใดๆ เมื่อมีการทำเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด

     

               7. สามารถรักษามะเร็งที่อยู่ใกล้กับเส้นเลือดใหญ่ซึ่งไม่สามารถทำการผ่าตัดออกไปได้

   

               8. สามารถรักษามะเร็งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ได้ สลายมะเร็งก้อนเดียวหรือหลายก้อนได้

               9. การรักษาด้วยความเย็นสามารถสลายมะเร็งเฉพาะส่วนให้หายไป โดยเฉพาะการสลายมะเร็งที่มีการเปลี่ยนแปลงอาการของโรคซึ่งไม่สามารถทำการผ่าตัดออกไปได้

 

               10. การรักษาด้วยความเย็นช่วยเสริมการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด

 

                11. มีหลักฐานยืนยันว่า หลังการรักษาด้วยความเย็นการกลับมาเป็นซ้ำมีน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัด

โรคที่เหมาะกับการรักษา

          มะเร็งชนิด solid tumor เกือบทุกชนิดสามารถรับการรักษาด้วยความเย็นได้ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งไต มะเร็งรังไข่ มะเร็งคอ มะเร็งลูกอัณฑะ มะเร็งมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งตับอ่อน มะเร็งเต้านม มะเร็งกระดูกและกล้ามเนื้อหรือเนื้องอกชนิดอื่นๆ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งศรีษะและคอ และมะเร็งเนื้อเยื่อต่างๆ เป็นต้น สำหรับบางโรคเช่น โรคมะเร็งจอตาในเด็ก มะเร็งเซลล์ชั้นฐานรากผิวหนังและมะเร็งผิวหนังชั้นนอก โรคขนคุดและเซลล์บุผิวปากมดลูกที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป การรักษาด้วยความเย็นมักให้ผลการรักษาที่ดี

 news-1-6-57-1

(จากภาพ)        การรักษามะเร็งตับด้วยความเย็น

 news-1-6-57-2

(จากภาพ)           ดร.หนิวลี่จื้อ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาด้วยความเย็น

 news-1-6-57-3

(จากภาพ) ดร.หนิวลี่จื้อ ได้รับคำเชิญไปร่วมแสดงการสาธิตการรักษาด้วยความเย็นกับประธานสมาคมการรักษาด้วยความเย็นสากล ดร.ฟรานโก (ขวา) และนายแพทย์เปโดร ชาวสเปน (ซ้าย) ณ ประเทศอิตาลี

news-1-6-57-4

(จากภาพ) ดร.หนิว, ดร.ฟรานโก, นพ.หลิวเจิ้งผิง แสดงขั้นตอนการผ่าตัดด้วยความเย็นที่ประเทศอินโดนีเซีย

news-1-6-57-5 

(จากภาพ) สมาคมการรักษาด้วยความเย็นสากลมอบหมายให้โรงพยาบาลฟูด้าเป็นศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชียแปซิฟิก

 news-1-6-57-7

(จากภาพ) ในงานประชุมการผ่าตัดด้วยความเย็นสากล ครั้งที่ 14 นพ.สวีเค่อเฉิง และ ดร.หนิวลี่จื้อ ได้รับรางวัล “ผู้มีคุนูปการยิ่งต่อการรักษาด้วยความเย็นของโลก”

 news-1-6-57-8

(จากภาพ) ดร.หนิวลี่จื้อ บรรยายในงานประชุมสุดยอดเรื่องมะเร็งปอดแห่งประเทศจีน และได้รับรางวัลด้านศัลยศาสตร์โดยนักวิชาการจงหนานซาน เป็นผู้มอบรางวัลด้วยตนเอง

 

 

การประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการรักษาด้วยความเย็น ครั้งที่ 36 ประเทศญี่ปุ่น ดร.หนิวลี่จื้อได้รับรางวัลจากประธานการประชุม

 news-1-6-57-9

 ผลงานวิจัยการรักษาโรคมะเร็งด้วยความเย็นของรพ.ฟูด้าประเทศจีน

news-1-6-57-10

news-1-6-57-11

การใช้ความเย็นรักษามะเร็งปอดทุกชนิด

 

 

 

การรักษามะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus

 

การรักษามะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus

เหตุใดผู้ป่วยโรคมะเร็งจึงต้องการรักษาเซลล์ภูมิคุ้มกัน

          การเกิดและพัฒนาการของมะเร็งกับประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันไม่ได้เกี่ยวข้องใกล้ชิดกันทั้งหมด การผ่าตัด รังสีบำบัดและเคมีบำบัด ล้วนเป็นการรักษาที่ไม่เฉพาะเจาะจง แม้ว่าวิธีการรักษาเหล่านี้จะสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ในระยะที่แตกต่างกัน แต่กลับไม่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งให้สิ้นซากได้ทั้งหมด หากต้องการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็งนั้น ท้ายที่สุดแล้วต้องอาศัยระบบภูมิคุ้มกันของสิ่งมีชีวิตนั้นมาทำลายจึงจะสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้การรักษาด้วยระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของการรักษามะเร็งแบบองค์รวม การเลือกวิธีการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันในเวลาที่เหมาะสม สามารถเพิ่มอัตราการรักษาหายของผู้ป่วยมะเร็งให้สูงขึ้น ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายหลังการรักษา ช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้น

 

อะไรคือการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus

     

          การตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งที่ผิดพลาดของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย คือสาเหตุสำคัญของการเกิดและการพัฒนาของมะเร็ง ทำอย่างไรที่จะแก้ไขการตอบสนองดังกล่าวของระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งให้ถูกต้อง พร้อมทั้งเหนี่ยวนำให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างภูมิคุ้มกันที่มีผลต่อเซลล์มะเร็งที่เหมาะสมด้วยในเวลาเดียวกัน คือกุญแจสำคัญของแก่นแท้ในการรักษามะเร็ง การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus เป็นการรักษาตามทฤษฎีภูมิคุ้มกันมะเร็งวิทยา โดยใช้วิธีการเทคโนโลยีชีวภาพนาโนผนวกกับเทคนิคการผ่าตัดโดยใช้ความเย็น ใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด T-Cell ที่มีบทบาทในการต่อต้านมะเร็งมาทำการรักษามะเร็ง การสร้างองค์ประกอบที่เป็นสภาวะแวดล้อมของเซลล์มะเร็ง (microenvironment) ในร่างกายผู้ป่วย ต้องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันนั้นรู้จักการมีอยู่ของมะเร็งรวมทั้งชักนำให้เกิดการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อมะเร็งแบบจำเพาะเจาะจง การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus ผนวกกับเทคนิคการผ่าตัดโดยใช้ความเย็นคือทางเลือกที่ดีที่สุด หลังจากการผ่าตัดโดยใช้ความเย็น การปล่อยแอนติเจนของเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งที่ตายเป็นการส่งสัญญาณเชิญชวนระบบภูมิคุ้มกันว่า “ให้มากินฉัน” ดึงดูดความสนใจของเซลล์ที่มีอาการอักเสบชนิดต่างๆ เซลล์ที่มีอาการอักเสบและเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus ที่ฉีดเข้าไป จะมีบทบาทร่วมกันในการสร้าง T-Cell ที่จดจำลักษณะและตอบสนองต่อมะเร็งแบบจำเพาะเจาะจง ส่งผลในการต่อต้านมะเร็งในระยะยาว จากการวิจัยยืนยันว่า การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus ไม่เพียงแก้ไขการตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งที่ผิดพลาดของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายในผู้ป่วยมะเร็งให้ถูกต้อง ยังสามารถสร้างสภาวะแวดล้อมในการต่อต้านมะเร็งในร่างกาย เหนี่ยวนำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะเจาะจงและไม่จำเพาะเจาะจงอีกด้วย กลไกการต่อต้านมะเร็งที่หลากหลายของภูมิคุ้มกันมีผลยับยั้งการพัฒนาของมะเร็ง ยกระดับประสิทธิผลในการกำจัดมะเร็งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจาย ยืดอายุของผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus แตกต่างจากการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดแบบอื่นอย่างไร

          การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus มีจุดเด่นที่การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดแบบอื่นๆ ไม่มี ดังนี้คือ 1) เป็นวิธีการรักษาที่มีความเป็นเฉพาะบุคคลสูง เนื่องจาก T-plus ใช้แอนติเจนจากร่างกายของผู้ป่วยเอง ทำให้ประสิทธิผลการต่อต้านมะเร็งที่เกิดขึ้นเป็นแบบจำเพาะแต่ละบุคคล 2) ใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยสร้างเซลล์ต่อต้านมะเร็ง T-Cell 3) เกิดประสิทธิผลในการต่อต้านมะเร็งจากการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแบบ active (กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นเอง) และแบบ passive (ให้ภูมิคุ้มกันของคนหรือสัตว์ที่เกิดขึ้นแล้วฉีดเข้าไปในร่างกาย) 4) ไม่เพียงทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อมะเร็งแบบจำเพาะ ในขณะเดียวกันก็ยังทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อมะเร็งแบบไม่จำเพาะอีกด้วย 5) บทบาทการตอบสนองที่เพิ่มขึ้นของภูมิคุ้มกัน ส่งผลกระตุ้นให้การกำจัดมะเร็งของร่างกายมีประสิทธิผลมากขึ้น บทบาทที่ชักนำให้เกิดการต่อต้านมะเร็งที่หลากหลายของ T-plus ทำให้ประสิทธิผลในการรักษามะเร็งเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

 

 fuda-21-5-2557-17

กลไกการต่อต้านมะเร็งที่หลากหลายของการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus

ผู้ป่วยมะเร็งแบบใดบ้างที่เหมาะกับการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus

          การพัฒนาหลังจากเซลล์เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งกับการกำจัดเซลล์มะเร็งที่ไร้ผลอันเนื่องจากการตอบสนองที่ผิดพลาดของระบบภูมิคุ้มกันนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จากบทบาทนี้กล่าวได้ว่ามะเร็งทุกชนิดสามารถทำการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus ได้ การเหนี่ยวนำ การกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน การปรับเปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้บรรลุเป้าหมายในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่ได้ผล มะเร็งที่เหมาะกับการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus ครอบคลุมมะเร็งชนิด solid tumor ทุกชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งไต มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งสมอง เป็นต้น และมะเร็งโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น

โอกาสและขั้นตอนการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus

          ขั้นตอนการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus ครอบคลุมขั้นตอนการรวบรวมเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวเคลียสเดี่ยว (Peripheral blood mononuclear cell,PBMC) การเพาะเลี้ยง T-Cell การเหนี่ยวนำและเพิ่มขยายเซลล์รวมทั้งการแบ่งระยะการฉีดเข้าสู่ร่างกาย โดยฉีดเข้าบริเวณใต้ผิวหนังหรือก้อนมะเร็งหรือหลอดเลือดดำทุกๆ 3-5 วันต่อครั้ง และจำนวนครั้งการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับสภาพของโรค ตามปกติจะผนวกการรักษาด้วยความเย็นด้วยการฉีดเข้าสู่ก้อนมะเร็ง 1 ครั้ง กระบวนการรักษาทั้งหมดประมาณ 2 สัปดาห์ โดยปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus นั้นสามารถตรวจสอบและประเมินผลระบบภูมิคุ้มกันหลังการรักษาได้โดยภูมิคุ้มกันมะเร็งวิทยา

การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus มีผลข้างเคียงหรือไม่

          ถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฎผลข้างเคียงร้ายแรงใดๆ จากการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดT-plus ไม่มีอาการผมร่วง คลื่นไส้อาเจียน เหมือนการทำคีโม ไม่ทำลายไขกระดูกและประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตให้เสียหาย เป็นต้น ทุกขั้นตอนของการเพาะเลี้ยงเซลล์กระทำในห้องที่สะอาดปลอดเชื้อ รับประกันเรื่องความปลอดภัยในการรักษา ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการหนาวสั่น ตัวร้อน ปวดเมื่อย เบื่ออาหารชั่วคราว โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปภายใน 24 ชั่วโมง หากผู้ป่วยรายใดปรากฎอาการแพ้ ก็สามารถทำการรักษาเพื่อป้องกันอาการแพ้ได้

 

 fuda-21-5-2557-18

fuda-21-5-2557-19

fuda-21-5-2557-20

fuda-21-5-2557-21

 

 

 

การรักษาแบบ Photodynamic Therapy (PDT)

          การรักษานี้เป็นการตอบสนองทางเคมีโดยใช้แสงเลเซอร์กระตุ้นปฎิกิริยาแบบหนึ่ง โดยฉีดสารไวแสงทางหลอดเลือดดำ ซึ่งก้อนมะเร็งจะดูดซับสารไวแสงนี้ไว้ในปริมาณมาก แต่เนื้อเยื่อปกติจะดูดซับไว้เพียงเล็กน้อย การฉายแสงเลเซอร์พิเศษไปที่มะเร็ง เซลล์มะเร็งจะถูกทำลายและตายไป

จุดเด่น

        1. มีลักษณะเฉพาะต่อเนื้อเยื่อและการเลือกกระทำต่อเซลล์มะเร็ง

          2. มีผลในการรักษามะเร็งทุกชนิด

          3. มีอัตราการรักษาหายถึง 90% สำหรับมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งปอดระยะเริ่มแรก และ

            มีผลการรักษาที่ดีขึ้นกว่า 70% สำหรับมะเร็งระยะสุดท้าย

          4. ปลอดสารพิษ มีความปลอดภัย ไม่ทำลายไขกระดูกและภูมิคุ้มกัน

          5. ไม่ส่งผลกระทบต่อการรักษาแบบอื่น มีผลส่งเสริมการรักษาด้วยการผ่าตัด และเคมีบำบัด

          6. ระยะเวลาในการรักษาสั้น

          7. เห็นผลภายใน 48-72 ชั่วโมง

 

การประยุกต์ใช้ทางคลินิก

  •     - มะเร็งช่องคอ : มีประสิทธิภาพการรักษามะเร็งช่องปากระยะเริ่มต้น มะเร็งโพรงจมูก 75% -  100%
  •     - มะเร็งหลอดอาหาร: การรักษาต้นเหตุของมะเร็งระยะเริ่มต้น มีผลในการแก้ไขการอุดตันของ
  •     - มะเร็งหลอดอาหาร ให้ผลดีในการรักษามะเร็งบริเวณหลอดอาหารช่วงต้น สามารถรักษามะเร็งหลอดอาหารที่มีการแพร่กระจายชั้นใต้เยื่อเมือก (Submucosal) สามารถกำจัดมะเร็งที่เติบโตในช่องหรือโพรง และมะเร็งหลอดอาหารที่มีโครงสร้างเรียบร้อย
  • ภาวะการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหาร (Barrett's Esophagus)  :  ไม่เพียงมีผลในการกำจัดเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติ ยังสามารถรักษามะเร็งของต่อมหลอดอาหารระยะเริ่มต้น
  •     - มะเร็งปอด : อัตราการรักษาหาย 90% สำหรับมะเร็งทางเดินหายใจระยะแรก มีผลการรักษาที่ดีขึ้น 85% สำหรับมะเร็งทางเดินหายใจที่มีการลุกลามและอุดตัน
  •     - มะเร็งกระเพาะอาหาร: อัตราการรักษาหายขาด 85% สำหรับมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก มีผลการรักษาที่ดีขึ้นสำหรับมะเร็งกระเพาะอาหารที่มีการลุกลาม
  •     - มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ : รักษามะเร็งบริเวณต้นกำเนิดหายขาด และมีประสิทธิผลในการรักษามะเร็งที่มีการลุกลาม 71%
  •     - การรักษามะเร็งชนิดอื่นที่ได้ผล : มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะเหมาะกับมะเร็งท่อน้ำดีที่เชื่อมกับตับ มะเร็งตับอ่อนและเนื้องอกตับอ่อนที่มาจากต่อมมีท่อชนิดพิเศษ (Ampullary cancer) มะเร็งช่องท้อง มะเร็งเยื่อบุช่องอกและช่องท้อง มะเร็งตับ มะเร็งสมอง มะเร็งทางเดินระบบสืบพันธุ์

 

fuda-21-5-2557-14

fuda-21-5-2557-15

fuda-21-5-2557-16

การรักษาโดยการสลายเนื้องอกโดยใช้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์

หลักการและเหตุผล

          เมื่อแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เข้าสู่ชั้นเซลล์ของมะเร็ง เส้นเลือดที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงก็จะขาดช่วงลง โปรตีนจะแปรสภาพหลังจากที่เซลล์ขาดน้ำ ส่งผลให้มะเร็งตายและเนื้องอกสลายตัวในที่สุด

ขั้นตอน

          ใช้เข็มเฉพาะทางแทงทุละเข้าไปในเนื้องอกผ่านผ่านเครื่องอัลตราซาวน์หรือเครื่อง CTจากนั้นค่อยๆ ฉีดแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 100% โดยปรกติต้องฉีดประมาณ 5-6ครั้ง

ประเภทและลักษณะของเนื้องอกที่ใช้ในการรักษา

          มักใช้กับเนื้องอกที่อยู่โดดๆ ขนาดไม่เกิน 5 ซม. หากเป็นกลุ่มไม่ควรเกิน 3ชิ้นแต่ละชิ้นไม่ควรเกิน 3 ซม. มะเร็งตับที่มีความซับซ้อนในการผ่าตัดและมีพังผืดอยู่รอบๆ มะเร็งตับที่อยู่ส่วนในไม่ติดกับผิวตับ วิธีดังกล่าวยังเหมาะกับเนื้องอกตามอวัยวะต่างๆ อีกด้วย

ประสิทธิผล

          ตามผลการรายงาน แอลกอฮอล์บริสุทธิ์เมื่อฉีดมะเร็งตับขนาดเล็กกว่า 2 ซม.ได้ผลการรักษาถึง 90-100% ขนาดเล็กกว่า 3 ซม.ได้ผลอยู่ที่ 70% ขณะที่หากก้อนเนื้อมีขนาดเล็กกว่า 5 ซม.จะรักษาได้ผลเพียง 50% เท่านั้น

 

fuda-21-5-2557-13

การรักษาด้วยคลื่นวิทยุผ่านชั้นผิวหนัง

นำขั้วคลื่นวิทยุเข้าไปในเนื้องอก คลื่นความถี่สูงกระแสสับจะถูกโอนจากขั้วบนลงรอบๆ ความร้อนจะทำให้เกิดการเสียดสีของเนื้อเยื่อของเนื้องอก กระทั่งเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 60องศาขึ้นไป เซลล์มะเร็งก็จะค่อยๆ ตายและถูกกำจัดได้ในที่สุด เหมาะสำหรับมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะชนิดที่ไม่สามารถทำการผ่าตัด และเหมาะกับมะเร็งตับและปอดมีขนาดเล็กกว่า 3มล.และมีจำนวนไม่เกิน 3 ชิ้น

ความร้อนในระดับ 42องศาสามารถสร้างความเสียหายแก่เซลล์ ในระดับต่ำกว่า46องศา เพียง 8 นาทีก็สามารถฆ่าเซลล์เป้าหมายได้ ในระดับ 51องศาใช้เวลากำจัดเพียง2นาที และหากสูงถึง60องศาเป็นต้นไปโปรตีนในเซลล์มะเร็งจะแข็งตัวอย่างรวดเร็ว เยื่อหุ้มเซลล์แตกสลายและตายในที่สุด
     

 วิธีการดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีใหม่ ทำให้มะเร็งที่อยู่เฉพาะที่สลายตัวได้อย่างรวดเร็ว ผ่านกระบวนการผ่าตัด ส่องกล้องผ่านชั้นผิวหนัง โดยใช้เข็มนำทาง  เข้าไปในเนื้องอกคลื่นความถี่จะค่อยๆ ปล่อยความถี่ ทำให้อุณหภูมิรอบๆเข็มที่แทงเข้าไปสูงขึ้น จนทำให้เซลล์เป้าหมายถูกทำลายได้ในที่สุด เพื่อเป็นการรับประกันว่าเซลล์มะเร็งถูกทำลายราบคาบ ตำแหน่งที่เข็มแทงเข้าไปสำคัญมาก เพราะไม่เพียงสลายเซลล์มะเร็ง ยังสามารถสลายเซลล์มะเร็งที่อยู่รอบๆ ได้อีกด้วย

ข้อดี

1.ใช้รักษาได้ดีในเนื้องอกขนาดเล็ก

2. ไม่จำเป็นต้องเปิดชั้นผิวหนัง จัดอยู่ในประเภทผ่าตัดเล็ก

3.ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการรักษา

  • 4.สามารถรักษาซ้ำได้

ประเภทและลักษณะของเนื้องอกที่เหมาะแก่การรักษา

1.รักษาได้ดีในเนื้องอก

2.ตับ ทั้งที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดและที่กระจายมาสู่ตับ

3.ไต เซลล์มะเร็งไตขนาดเล็ก

4.ปอด ขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มาก

5.อื่นๆ ได้แก่ เนื้องอกในมดลูก มะเร็งเต้านม เนื้องอกต่อมหมวกไต มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ยังกระจุกตัว

6.ใช้ในการประคับประคองอาการ

7.เพื่อระงับความเจ็บปวดมะเร็งกระดูก

 

fuda-21-5-2557-11

 

fuda-21-5-2557-12

เนื้อหาอื่นๆ...

  1. การรักษาโดยการต้านการแตกตัวของเส้นเลือด
  2. การรักษาโดยฝังแร่กัมมันตรังสี 125
  3. โรงพยาบาลฟูด้าเป็นอันดับ 1 โรงพยาบาลเฉพาะด้านมะเร็งที่ดีที่สุดของกว่างโจว
  4. รายชื่อโรงพยาบาลในมณฑลกวางตุ้งที่มีการรักษาเฉพาะด้านที่ดีที่สุดในจีน
  5. แผนการรักษาแบบ “3C+P” : การรักษาที่ช่วยยืดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  6. การรักษามะเร็งตับอ่อนสู่กลยุทธ์การรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม
  7. ศาสตราจารย์ชาวจีนริเริ่มระบบทฤษฎีแพทย์แผนจีนใหม่โดยใช้ชื่อว่า “การแพทย์แผนจีนแนวใหม่”
  8. รับมือกับเนื้อร้ายที่แพร่กระจาย
  9. การรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีเคมีนาโนช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะกลางและระยะสุดท้าย
  10. มีดนาโน เครื่องมือในการสลายเนื้องอกชนิดรุกล้ำพื้นที่น้อยที่ทันสมัยที่สุด